Friday, November 22, 2013

นิทานประกอบการเรียนบริหารรัฐกิจและธุรกิจ

  1. จางเซียเหลียง (เป็นจอมพลในรัฐบาลเจียงไคเช็ก ตนเองเปิดเผยว่ามีผู้หญิง ๑๑ คนมาติดพันในชีวิต ) มีชู้คนหนึ่งแซ่จ้าว สมสู่กันตั้งแต่นางอายุ ๑๖ ปี ถ้าคบกัน ๑ ปี ถือว่าเป็นชู้ คบกัน ๓ ปี ถือว่าเป็นกิ๊ก แต่นี่อยู่ด้วยกัน ๖๐ ปี (จางเซียเหลียงอายุยืนตั้ง ๑๐๑ ปี) จึงกลายเป็นความรักอมตะ
    • ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า เรื่องหลายเรื่องไม่ได้ดูที่ทำหรือไม่ทำ แต่ดูที่ทำนานแค่ไหน 
  2. ต้นยุคสาธารณรัฐจีน มีโสเภณีเด่น (โสเภณีจีนตั้งแต่โบราณ ที่ทั้งสวยทั้งมีความรู้มีมากมาย) คนหนึ่งนามว่าหงส์น้อย หากเธอพัวพันกับชาวนาหรือกรรมกร คงถูกกวาดล้างไม่ไว้หน้า แต่เธอเป็นชู้กับนายพลไฉ้เอ๋อ ก็เลยมีชื่อจารึกในประวัติศาสตร์ หากเธอคบกับประธานาธิบดี ก็อาจกลายเป็นเฟิร์สต เลดี้
    • ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การที่คุณทำอะไรไม่สำคัญหรอก สำคัญอยู่ที่ว่าคุณทำกับใคร 
  3. เกิดไฟใหม้ที่โรงอาบน้ำหญิง กลุ่มหญิงเปลือยล่อนจ้อนวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาบนท้องถนน ตาแก่คนหนึ่งตะโกนฮาป่า บรรดาหญิงเปลือยนึกขึ้นได้จึงพยายามใช้มือปกปิด แต่จุดล่อแหลมมีอยู่หลายจุด จึงต่างจ้าละหวั่นทำอะไรไม่ถูก ตาแก่ตะโกนบอก “ปิดใบหน้าก็พอ ข้างล่างมันเหมือนกันหมด”
    • ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า ในภาวะฉุกเฉินไม่อาจทำอะไรให้รอบคอบทุกด้าน จับจุดสำคัญก็พอ 
  4. สาวใหญ่แจ้งความกับตำรวจ “ดิฉันเสียบกระเป๋าเงินไว้ในยกทรง เบียดเสียดในรถไฟใต้ดินจนถูกหนุ่มหล่อล้วงกระเป๋าไป” ตำรวจขมวดคิ้ว “ล้วงในจุดล่อแหลมขนาดนี้ คุณไม่รู้สึกตัวรึ?” สาวใหญ่ตอบเหนียมอาย “ก็ไม่นึกว่าเขาตั้งใจจะล้วงกระเป๋าสิ”
    • ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การทำให้ลูกค้าตกอยู่ในภาวะเคลิบเคลิ้มพอใจที่จะถูกรีดเงิน เป็นชั้นเชิงสูงสุดทางธุรกิจ 
  5. บริษัทติดข้อความเหนือโถปัสสาวะ “ก้าวเข้าไปอีกนิด ใกล้ชิดอารยธรรม” แต่บนพื้นก็ไม่วายมีฉี่เรี่ยราดเฉอะแฉะ บริษัทศึกษาบทเรียนอย่างจริงจัง แล้วปรับแผนใหม่ดังนี้ “ฉี่ไม่ตรงเป้าโถแสดงว่าของคุณอ่อน ฉี่เล็ดก่อนถึงโถแสดงว่าของคุณสั้น” ผลปรากฏว่าพื้นสะอาดกว่าเดิมเยอะทีเดียว
    • ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การให้คำแนะนำแก่ลูกค้า ต้องเป็นรูปธรรมและแทงถูกใจดำ 
  6. วันหนึ่ง เลขานุการสาวตีหน้าขึงขังกับผู้จัดการ “ผู้จัดการ ดิฉันตั้งท้องอะ” ผู้จัดการได้ยินดังนั้นยังคงก้มหน้าอ่านเอกสาร แล้วตีหน้าตายพูดว่า “ผมทำหมันตั้งนานแล้ว” เลขานุการสาวตะลึงอยู่ชั่วขณะ แล้วยิ้มให้ผู้จัดการ “ดิฉันพูดเล่นจ้า” ผู้จัดการเงยหน้ามองเธอ “ผมก็หมือนกัน” พร้อมกับจีบน้ำชา
    • ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า คนที่อยู่ในสังเวียนต้องไม่ตระหนกตกใจง่ายเมื่อเผชิญวาวะวิกฤต แม้มีปืนเล็งมาก็ตั้งตัวรับได้ 
  7. มี ๓ ชายหนุ่มไปขอลูกสาว ว่าที่พ่อตาให้แต่ละคนแนะนำตัว ก.บอกว่า “ผมมีเงิน ๑๐ ล้าน” ข.บอกว่า “ผมมีคฤหาสน์หรูมูลค่า ๒๐ ล้าน” ว่าที่พ่อตาฟังแล้วรู้สึกพอใจ แล้วถาม ค. ว่ามีอะไร “ผมไม่มีอะไรเลย” ค.ตอบ “มีแต่ลูกคนเดียวยังอยู่ในท้องลูกสาวคุณ” ก. กับ ข. ได้ยินแล้วรีบลาจาก
    • ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า อำนาจแข่งขันไม่อยู่ที่กำลังทรัพย์ แต่อยู่ที่การจัดวางคนของเราในตำแหน่งที่สำคัญ 
  8. เถ้าแก่เบื่อเมียลับเต็มทน เมียลับเริ่มแก่ตัวจึงขอค่าเลี้ยงดูก้อนใหญ่ เถ้าแก่คิดจะฆ่าปิดปาก แต่ CFO เสนออุบายให้เถ้าแก่ออกทุนแสนหยวนส่งเมียลับไปเรียน EMBA โดยอ้างเหตุผลเพื่อยกระดับวุฒิการศึกษา ในห้องเรียน EMBA ล้วนเป็นนักศึกษาระดับเถ้าแก่ ต่างหลงเสน่ห์นักศึกษาสาวเมียลับคนนี้ ไม่ช้าไม่นานเมียลับก็ไม่ขออยู่กับเถ้าแก่เก่าแล้ว แถมยังให้เงินล้านแก่เถ้าแก่เก่าเป็นค่าปิดปาก
    • ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพของธุรกิจ วิธีที่ดีที่สุดคือย้อมแมวตกแต่งแล้วแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุน ไม่ใช่ถือเป็นซากทิ้งไปหรือรอให้ย่อยสลายเอง

ไอ้จู๋ขอขึ้นเงินเดือน?

เรียนผู้จัดการฝ่ายบุคคล

กระผม นายจู๋มีความประสงค์ขอขึ้นเงินเดือนโดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้
  1. กระผมเป็นผู้ใช้แรงงาน
  2. กระผมทำงานในที่ลึกมาก ….
  3. กระผมต้องสอดหัวเข้าไปก่อนทุกครั้งที่ทำงาน
  4. กระผมไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์และไม่เคยหยุดวันนักขัตฤกษ์
  5. กระผมทำงานในที่มีสภาวะแวดล้อมอับชื้น !!!
  6. กระผมทำงานในที่มืดและไม่มีอากาศถ่ายเท
  7. กระผมทำงานในที่ร้อนอบอ้าว
  8. กระผมไม่เคยได้รับค่าล่วงเวลา
  9. กระผมทำงานที่เสี่ยงกับโรคติดต่อ

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา


จดหมายตอบจากทางฝ่ายบุคคล

เนื่องจะคณะกรรมการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า  คุณไม่สมควรได้รับการขึ้นเงินเดือนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติเป็นพนักงานที่ดีหลายประการ ดังที่ได้แจ้งหลายละเอียดดังนี้
  1. คุณไม่ได้ทำงาน 8 ชม / วัน
  2. คุณงีบหลับหลังจากเสร็จงานเสมอ
  3. คุณไม่ทำตามคำสั่งบ่อยๆ
  4. คุณไม่ชอบทำงานในที่ประจำของคุณ และชอบแว๊บไปรับงานที่อื่นบ่อยๆ
  5. คุณมักไม่ทำงานโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และหลายครั้งที่หยุดงานกลางคัน
  6. คุณไม่มีความเป็นผู้นำ ต้องอาศัยแรงกระตุ้นจากภายนอกให้ทำงาน
  7. คุณทิ้งให้ที่ทำงาน สกปรกเลอะเทอะทุกครั้งเมื่อเสร็จงาน
  8. คุณมักไม่ชอบปฎิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัย โดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน
  9. หลายครั้งคุณไม่สามารถทำงานควบสองกะต่อเนื่องได้

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

เสียดายมาก

  • ปวีณา : ทำไมถึงกลับบ้านดึกดื่นล่ะจ๊ะหนู...? แล้วหนูกลับบ้านยังไง...?
  • ดาราสาว : มีดาราหนุ่มรุ่นพี่มาส่งค่ะ...แต่ด้วยไหวพริบของหนู  หนูสังเกตว่าเขาเป็นคนขี้หลี...  ถ้าให้รู้จักบ้านก็จะตามมาตื้อจนรำคาญจึงให้ส่งแค่ปากซอย...  แล้วหนูเดินเข้ามา
  • ปวีณา : แล้วเกิดอะไรขึ้น...?
  • ดาราสาว :มีผู้ชายคนหนึ่ง..รูปร่างสูงใหญ่..ล่ำสัน..  มีอาการเมาเล็กน้อยเดินตามหนูมา..  ด้วยไหวพริบ ของหนู..  หนูรู้ได้เลยว่าไม่ได้มาดีแน่...
  • ปวีณา : แล้วยังไงต่อจ๊ะ...?
  • ดาราสาว :หนูตัดสินใจออกวิ่ง..  แต่ชายคนนั้นก็วิ่งตามทันที..  ด้วยไหวพริบหนูรู้ว่า.. วิ่งยังไงก็คงไม่เร็วกว่าผู้ชายอยู่ดี  ยังไงเขาก็ต้องตามทัน.. และใช้กำลังแน่นอน....
  • ปวีณา : ยังไงต่อจ๊ะ...?
  • ดาราสาว :  ด้วยไหวพริบของหนู.. หนูตัดสินใจหยุดวิ่งเพื่อไม่ให้ต้องเจ็บตัว  หนูตัดสินใจเจรจาต่อรอง....
  • ปวีณา : ผลการเจรจาเป็นอย่างไรจ๊ะ...?
  • ดาราสาว : หนูบอกเขาว่า.. ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องใช้กำลัง.. ไม่เกิดผลดีต่อทั้งสอง ฝ่าย.. หนูยินยอมทำตามที่ เขาต้องการ...
  • ปวีณา : เรื่องเป็นอย่างไรต่อจากนั้น...?
  • ดาราสาว : ด้วยไหวพริบของหนู... หนูชวนเขาเข้าไปในซอกตึกลับตาคน.. แล้วต่างคนต่างถอด เสื้อผ้าของตัวเอง  หนูถกกระโปรงขึ้นมาเหนือเอว ส่วนเขาปลดกางเกงตกลงมากองที่เท้า
  • ปวีณา : เรื่องเป็นยังไงต่อจ๊ะ...?
  • ดาราสาว : ลองใช้ไหวพริบคิดดูสิ..ว่า..  ชายที่รูดกางเกงลงไปกองที่ตาตุ่ม. กับหญิงสาวที่ถกกระโปรง ขึ้นเหนือเอวน่ะ...ใครจะวิ่งเร็วกว่ากัน...?
  • ปวีณา : แต่อย่างน้อยเค้าก็เห็นของลับหนู??
  • ดาราสาว : ด้วยไหวพริบ?  หนูก็ไม่ยอมเสียเปรียบหรอกค่ะ?? หนูใช้ก็เวลาครุ่หนึ่งเพื่อจ้องดูของเขาเหมือนกันก่อนวิ่งหนี??
  • ปวีณา : (ทำหน้าเอ๋อ) ????....  แล้วหนูรู้สึกยังไงล่ะค่ะ??
  • ดาราสาว : เสียดายมาก!!!!!