- จางเซียเหลียง (เป็นจอมพลในรัฐบาลเจียงไคเช็ก ตนเองเปิดเผยว่ามีผู้หญิง ๑๑ คนมาติดพันในชีวิต ) มีชู้คนหนึ่งแซ่จ้าว สมสู่กันตั้งแต่นางอายุ ๑๖ ปี ถ้าคบกัน ๑ ปี ถือว่าเป็นชู้ คบกัน ๓ ปี ถือว่าเป็นกิ๊ก แต่นี่อยู่ด้วยกัน ๖๐ ปี (จางเซียเหลียงอายุยืนตั้ง ๑๐๑ ปี) จึงกลายเป็นความรักอมตะ
- ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า เรื่องหลายเรื่องไม่ได้ดูที่ทำหรือไม่ทำ แต่ดูที่ทำนานแค่ไหน
- ต้นยุคสาธารณรัฐจีน มีโสเภณีเด่น (โสเภณีจีนตั้งแต่โบราณ ที่ทั้งสวยทั้งมีความรู้มีมากมาย) คนหนึ่งนามว่าหงส์น้อย หากเธอพัวพันกับชาวนาหรือกรรมกร คงถูกกวาดล้างไม่ไว้หน้า แต่เธอเป็นชู้กับนายพลไฉ้เอ๋อ ก็เลยมีชื่อจารึกในประวัติศาสตร์ หากเธอคบกับประธานาธิบดี ก็อาจกลายเป็นเฟิร์สต เลดี้
- ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การที่คุณทำอะไรไม่สำคัญหรอก สำคัญอยู่ที่ว่าคุณทำกับใคร
- เกิดไฟใหม้ที่โรงอาบน้ำหญิง กลุ่มหญิงเปลือยล่อนจ้อนวิ่งหนีเอาตัวรอดออกมาบนท้องถนน ตาแก่คนหนึ่งตะโกนฮาป่า บรรดาหญิงเปลือยนึกขึ้นได้จึงพยายามใช้มือปกปิด แต่จุดล่อแหลมมีอยู่หลายจุด จึงต่างจ้าละหวั่นทำอะไรไม่ถูก ตาแก่ตะโกนบอก “ปิดใบหน้าก็พอ ข้างล่างมันเหมือนกันหมด”
- ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า ในภาวะฉุกเฉินไม่อาจทำอะไรให้รอบคอบทุกด้าน จับจุดสำคัญก็พอ
- สาวใหญ่แจ้งความกับตำรวจ “ดิฉันเสียบกระเป๋าเงินไว้ในยกทรง เบียดเสียดในรถไฟใต้ดินจนถูกหนุ่มหล่อล้วงกระเป๋าไป” ตำรวจขมวดคิ้ว “ล้วงในจุดล่อแหลมขนาดนี้ คุณไม่รู้สึกตัวรึ?” สาวใหญ่ตอบเหนียมอาย “ก็ไม่นึกว่าเขาตั้งใจจะล้วงกระเป๋าสิ”
- ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การทำให้ลูกค้าตกอยู่ในภาวะเคลิบเคลิ้มพอใจที่จะถูกรีดเงิน เป็นชั้นเชิงสูงสุดทางธุรกิจ
- บริษัทติดข้อความเหนือโถปัสสาวะ “ก้าวเข้าไปอีกนิด ใกล้ชิดอารยธรรม” แต่บนพื้นก็ไม่วายมีฉี่เรี่ยราดเฉอะแฉะ บริษัทศึกษาบทเรียนอย่างจริงจัง แล้วปรับแผนใหม่ดังนี้ “ฉี่ไม่ตรงเป้าโถแสดงว่าของคุณอ่อน ฉี่เล็ดก่อนถึงโถแสดงว่าของคุณสั้น” ผลปรากฏว่าพื้นสะอาดกว่าเดิมเยอะทีเดียว
- ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การให้คำแนะนำแก่ลูกค้า ต้องเป็นรูปธรรมและแทงถูกใจดำ
- วันหนึ่ง เลขานุการสาวตีหน้าขึงขังกับผู้จัดการ “ผู้จัดการ ดิฉันตั้งท้องอะ” ผู้จัดการได้ยินดังนั้นยังคงก้มหน้าอ่านเอกสาร แล้วตีหน้าตายพูดว่า “ผมทำหมันตั้งนานแล้ว” เลขานุการสาวตะลึงอยู่ชั่วขณะ แล้วยิ้มให้ผู้จัดการ “ดิฉันพูดเล่นจ้า” ผู้จัดการเงยหน้ามองเธอ “ผมก็หมือนกัน” พร้อมกับจีบน้ำชา
- ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า คนที่อยู่ในสังเวียนต้องไม่ตระหนกตกใจง่ายเมื่อเผชิญวาวะวิกฤต แม้มีปืนเล็งมาก็ตั้งตัวรับได้
- มี ๓ ชายหนุ่มไปขอลูกสาว ว่าที่พ่อตาให้แต่ละคนแนะนำตัว ก.บอกว่า “ผมมีเงิน ๑๐ ล้าน” ข.บอกว่า “ผมมีคฤหาสน์หรูมูลค่า ๒๐ ล้าน” ว่าที่พ่อตาฟังแล้วรู้สึกพอใจ แล้วถาม ค. ว่ามีอะไร “ผมไม่มีอะไรเลย” ค.ตอบ “มีแต่ลูกคนเดียวยังอยู่ในท้องลูกสาวคุณ” ก. กับ ข. ได้ยินแล้วรีบลาจาก
- ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า อำนาจแข่งขันไม่อยู่ที่กำลังทรัพย์ แต่อยู่ที่การจัดวางคนของเราในตำแหน่งที่สำคัญ
- เถ้าแก่เบื่อเมียลับเต็มทน เมียลับเริ่มแก่ตัวจึงขอค่าเลี้ยงดูก้อนใหญ่ เถ้าแก่คิดจะฆ่าปิดปาก แต่ CFO เสนออุบายให้เถ้าแก่ออกทุนแสนหยวนส่งเมียลับไปเรียน EMBA โดยอ้างเหตุผลเพื่อยกระดับวุฒิการศึกษา ในห้องเรียน EMBA ล้วนเป็นนักศึกษาระดับเถ้าแก่ ต่างหลงเสน่ห์นักศึกษาสาวเมียลับคนนี้ ไม่ช้าไม่นานเมียลับก็ไม่ขออยู่กับเถ้าแก่เก่าแล้ว แถมยังให้เงินล้านแก่เถ้าแก่เก่าเป็นค่าปิดปาก
- ★ นิทานเรื่องนี้ให้แนวคิดว่า การจัดการทรัพย์สินด้อยคุณภาพของธุรกิจ วิธีที่ดีที่สุดคือย้อมแมวตกแต่งแล้วแปลงทรัพย์สินให้เป็นทุน ไม่ใช่ถือเป็นซากทิ้งไปหรือรอให้ย่อยสลายเอง
Friday, November 22, 2013
นิทานประกอบการเรียนบริหารรัฐกิจและธุรกิจ
ไอ้จู๋ขอขึ้นเงินเดือน?
เรียนผู้จัดการฝ่ายบุคคล
กระผม นายจู๋มีความประสงค์ขอขึ้นเงินเดือนโดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
กระผม นายจู๋มีความประสงค์ขอขึ้นเงินเดือนโดยมีเหตุผลดังต่อไปนี้
- กระผมเป็นผู้ใช้แรงงาน
- กระผมทำงานในที่ลึกมาก ….
- กระผมต้องสอดหัวเข้าไปก่อนทุกครั้งที่ทำงาน
- กระผมไม่มีวันหยุดสุดสัปดาห์และไม่เคยหยุดวันนักขัตฤกษ์
- กระผมทำงานในที่มีสภาวะแวดล้อมอับชื้น !!!
- กระผมทำงานในที่มืดและไม่มีอากาศถ่ายเท
- กระผมทำงานในที่ร้อนอบอ้าว
- กระผมไม่เคยได้รับค่าล่วงเวลา
- กระผมทำงานที่เสี่ยงกับโรคติดต่อ
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
จดหมายตอบจากทางฝ่ายบุคคล
เนื่องจะคณะกรรมการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า คุณไม่สมควรได้รับการขึ้นเงินเดือนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติเป็นพนักงานที่ดีหลายประการ ดังที่ได้แจ้งหลายละเอียดดังนี้- คุณไม่ได้ทำงาน 8 ชม / วัน
- คุณงีบหลับหลังจากเสร็จงานเสมอ
- คุณไม่ทำตามคำสั่งบ่อยๆ
- คุณไม่ชอบทำงานในที่ประจำของคุณ และชอบแว๊บไปรับงานที่อื่นบ่อยๆ
- คุณมักไม่ทำงานโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า และหลายครั้งที่หยุดงานกลางคัน
- คุณไม่มีความเป็นผู้นำ ต้องอาศัยแรงกระตุ้นจากภายนอกให้ทำงาน
- คุณทิ้งให้ที่ทำงาน สกปรกเลอะเทอะทุกครั้งเมื่อเสร็จงาน
- คุณมักไม่ชอบปฎิบัติตามกฎแห่งความปลอดภัย โดยไม่สวมอุปกรณ์ป้องกัน
- หลายครั้งคุณไม่สามารถทำงานควบสองกะต่อเนื่องได้
จึงเรียนมาเพื่อทราบ
เสียดายมาก
- ปวีณา : ทำไมถึงกลับบ้านดึกดื่นล่ะจ๊ะหนู...? แล้วหนูกลับบ้านยังไง...?
- ดาราสาว : มีดาราหนุ่มรุ่นพี่มาส่งค่ะ...แต่ด้วยไหวพริบของหนู หนูสังเกตว่าเขาเป็นคนขี้หลี... ถ้าให้รู้จักบ้านก็จะตามมาตื้อจนรำคาญจึงให้ส่งแค่ปากซอย... แล้วหนูเดินเข้ามา
- ปวีณา : แล้วเกิดอะไรขึ้น...?
- ดาราสาว :มีผู้ชายคนหนึ่ง..รูปร่างสูงใหญ่..ล่ำสัน.. มีอาการเมาเล็กน้อยเดินตามหนูมา.. ด้วยไหวพริบ ของหนู.. หนูรู้ได้เลยว่าไม่ได้มาดีแน่...
- ปวีณา : แล้วยังไงต่อจ๊ะ...?
- ดาราสาว :หนูตัดสินใจออกวิ่ง.. แต่ชายคนนั้นก็วิ่งตามทันที.. ด้วยไหวพริบหนูรู้ว่า.. วิ่งยังไงก็คงไม่เร็วกว่าผู้ชายอยู่ดี ยังไงเขาก็ต้องตามทัน.. และใช้กำลังแน่นอน....
- ปวีณา : ยังไงต่อจ๊ะ...?
- ดาราสาว : ด้วยไหวพริบของหนู.. หนูตัดสินใจหยุดวิ่งเพื่อไม่ให้ต้องเจ็บตัว หนูตัดสินใจเจรจาต่อรอง....
- ปวีณา : ผลการเจรจาเป็นอย่างไรจ๊ะ...?
- ดาราสาว : หนูบอกเขาว่า.. ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องใช้กำลัง.. ไม่เกิดผลดีต่อทั้งสอง ฝ่าย.. หนูยินยอมทำตามที่ เขาต้องการ...
- ปวีณา : เรื่องเป็นอย่างไรต่อจากนั้น...?
- ดาราสาว : ด้วยไหวพริบของหนู... หนูชวนเขาเข้าไปในซอกตึกลับตาคน.. แล้วต่างคนต่างถอด เสื้อผ้าของตัวเอง หนูถกกระโปรงขึ้นมาเหนือเอว ส่วนเขาปลดกางเกงตกลงมากองที่เท้า
- ปวีณา : เรื่องเป็นยังไงต่อจ๊ะ...?
- ดาราสาว : ลองใช้ไหวพริบคิดดูสิ..ว่า.. ชายที่รูดกางเกงลงไปกองที่ตาตุ่ม. กับหญิงสาวที่ถกกระโปรง ขึ้นเหนือเอวน่ะ...ใครจะวิ่งเร็วกว่ากัน...?
- ปวีณา : แต่อย่างน้อยเค้าก็เห็นของลับหนู??
- ดาราสาว : ด้วยไหวพริบ? หนูก็ไม่ยอมเสียเปรียบหรอกค่ะ?? หนูใช้ก็เวลาครุ่หนึ่งเพื่อจ้องดูของเขาเหมือนกันก่อนวิ่งหนี??
- ปวีณา : (ทำหน้าเอ๋อ) ????.... แล้วหนูรู้สึกยังไงล่ะค่ะ??
- ดาราสาว : เสียดายมาก!!!!!
Subscribe to:
Comments (Atom)